บ้านทุ่งอ่างทอง
แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีไทยแบบเศรษฐกิจพอเพียง ที่ชวนให้เราไปดำนาปลูกข้าว ทำสบู่ใช้เอง กินอาหารพื้นบ้านจากผักสด ในบรรยากาศท้องทุ่ง
จุดเริ่มต้นของบ้านทุ่งอ่างทองมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2549 ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ไร่นาเสียหาย นงนุช คำคง หรือผู้ใหญ่จอย จึงทำเรื่องขอถุงยังชีพไปยังมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก แต่ทางมูลนิธิฯ มอบโครงการต้นแบบฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ให้แทน เพราะยั่งยืนกว่าการให้ถุงยังชีพ
โครงการนี้สอนให้ชาวบ้านพึ่งตนเอง ตั้งแต่การทำเกษตรอินทรีย์ ทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ ไปจนถึงทำน้ำยาอเนกประสงค์ เช่น ยาสระผม น้ำยาล้างจาน เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
ทั้งนี้ผู้ใหญ่จอยได้มอบที่ดินบางส่วนให้โครงการเพื่อจัดทำศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยต้นแบบ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มีฐานใหญ่ห้าฐาน ให้คนเข้ามาศึกษา
ต่อมาลูกสาวของผู้ใหญ่จอยได้ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “บ้านทุ่งอ่างทอง” ย้ายเรือนไทยมาตั้งด้านหลัง ชวนให้คนมาทำกิจกรรมสนุกสนานแบบวิถีพื้นบ้านภาคกลาง โดยสอดแทรกความรู้เรื่องการพึ่งตนเองเข้าไปด้วย
กิจกรรมหลักๆ เป็นการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อของแผ่นดิน เช่น การทำเกษตรผสมผสาน การเพาะเห็ด การเรียนรู้กระบวนการกว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ด ทั้งการไถนา ดำนา หว่านข้าว เกี่ยวข้าว ไปจนถึงการสีข้าว เพื่อให้เห็นคุณค่าของข้าวในจานมากขึ้น การทำปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ เพื่อบำรุงพืช เป็นต้น
ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การทำสบู่เหลวจากน้ำส้มควันไม้ การทำยาสีฟันสูตรโบราณไว้ใช้เอง เพื่อช่วยลดรายจ่ายและมีผลิตภัณฑ์ปลอดภัยใช้ในครัวเรือน
กิจกรรม “เข้าครัวพื้นบ้าน ปรุงอาหารภาคกลาง” จะชวนนักท่องเที่ยวเข้าสวน เก็บผักจากแปลง มาปรุงอาหาร เช่น น้ำพริกกะปิ-ผักสด ปลาทูทอด ไข่ชะอม ส้มตำ ตามด้วยผลไม้อย่างมะเฟือง มะม่วง
กิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร เช่นทำมะม่วงหาวมะนาวโห่ลอยแก้ว กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน อย่างสานของเล่น ปั่นสามล้อ พายเรือ ถ้าเหนื่อยก็แวะพักนั่งเล่นหลบร้อนที่ใต้ถุนเรือนไทย กิจกรรมทำขนมไทย เช่น ขนมครก ข้าวต้มมัด ขนมฝอยทอง ขนมเกสรลำเจียกที่ใช้สีจากธรรมชาติอย่างอัญชัน ใบเตย
การมาเที่ยวบ้านทุ่งอ่างทองจึงได้ทั้งความสนุกสนาน ความรู้ และความประทับใจไปพร้อมๆ กัน


